ตั้งแต่ทำเว็บมา เว็บไหนภูมิใจที่สุด?

990฿คอร์สสอนสร้างเว็บไซต์ HTML/CSS สำหรับมือใหม่ + พร้อม Workshop


สวัสดีครับ วันนี้ขอเขียนเรื่องสบายๆ ไม่มีโค๊ดกันบ้าง พอดีว่าเจอคำถามมาถามผมว่า คิดว่าผลงานของตัวเอง หรือเว็บของตัวเองที่เคยทำมานะ อันไหนที่รู้สึกภูมิใจที่สุด

เมื่อลองกลับมาคิด มานั่งใช้ความคิดเงียบๆ และลองถามตัวเองอีกครั้ง ก็ได้คำตอบครับ ว่า จริงๆแล้ว เว็บที่ผมภูมิใจมากที่สุด ก็คือ เว็บนี้แหละครับ (หรือจริงๆจะเป็นบล็อก ก็แล้วแต่คนจะนิยาม)

เขียนแค่บล็อคนี่ ภูมิใจแล้วหรอ?

คำถามนี้ไม่มีใครถามนะ ผมแค่ตั้งหัวข้อมาครับ เดี๋ยวจะหาว่า ทำไมคนถามใจร้ายจริงๆ จริงๆแล้วต้องบอกว่าภูมิใจมาก เพราะว่า ส่วนตัวแล้วผมไม่ได้มองว่าแค่เขียนบล็อกครับ แต่มันคือ Website มันคือ Web App ของผม หรือมันคือ Platform ของผมเอง เผลอๆ อาจจะเรียกว่า Lab / Playground หรืออาณาจักรของผมเองเลยก็ว่าได้ 😂

ทำไมยังไงล่ะ?

เพราะไม่ได้เขียนแค่บล็อก ก่อนการเขียนบล็อก เราต้องมี Research ค้นคว้าข้อมูลต่างๆ มีการลองทำ ลองผิด ลองถูก กว่าจะเขียนออกมาเป็นบทความได้ ได้เรียนรู้ตลอดการเขียนบล็อก ได้พัฒนาตัวเอง นั่นก็เลยกลายเป็นที่มาที่ผมบอกมันไม่ใช่แค่บล็อก มันคือ Platform มันคือส่วนหนึ่งในการพัฒนาตัวเองของผม

ทำไมถึงเขียนบล็อก?

ข้อนี้ จริงๆแล้ว ก็มีคนชอบถามมาเหมือนกัน ทำไมถึงเลือกเขียนบล็อก? เขียนทำไม บางโพสเสียเวลาเป็นวัน เป็นอาทิตย์ก็มี หาเวลาที่ไหนมาเขียน? ใครจะอ่าน? ไม่ซ้ำคนอื่นหรอ? มีคำถามมากมายครับ

ก่อนผมจะเขียนบอกว่าทำไมผมถึงเขียนบล็อก ผมพยายามไปลอง search หาว่ามีตัวอย่างบล็อก และพี่ๆ เพื่อนๆ ที่เค้าเขียนบล็อก ถ่ายทอดออกมา ว่าเขียนทำไม มีประโยชน์ยังไง ลองอ่านแต่ละคนได้ครับ

แม้ว่าจะมีบล็อกเยอะแยะมากมาย สิ่งที่คนเขียนบล็อกมีเหมือนกันคือ ได้พัฒนาและเรียนรู้ ครับ

ทีนี้ส่วนของผมบ้าง ซึ่งผมมั่นใจเลยว่า ของผมก็ต้องคล้ายๆกับคนอื่นๆ แน่นอน

ได้พัฒนาตัวเอง

ข้อนี้คือเหตุผลหลักของการเขียนบล็อกครับ มันคือการพัฒนาตัวเอง ทำให้ผมได้พัฒนาตัวเอง ผมไม่รู้ว่าคนอื่นมาอ่านบล็อกแล้วได้พัฒนามั้ย แต่สำหรับผมมันคือการพัฒนาตัวเอง และเมื่อเราได้เรียนรู้แล้ว เราก็อยากจะส่งต่อ หรือเผยแพร่ หรือถ่ายทอดในสิ่งที่เรารู้ ให้กับหลายๆคน (อาจจะมีคนที่กำลังเรียน หรือเริ่มศึกษาเรื่องนั้นๆ มาอ่าน) และแน่นอนการ share knowledge เป็นเรื่องสำคัญ เรารู้ แต่ไม่รู้วิธีการแชร์ ก็ไม่เกิดประโยชน์ สุดท้ายความรู้ที่มีมันก็ค่อยๆสูญหาย

บันทึกความจำตัวเอง

ผมไม่ได้เป็นคนที่ฉลาด หรือความจำดีอะไรขนาดนั้น แถมเป็นคนจำอะไรไม่ค่อยได้ซะด้วย ฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือการจดบันทึกครับ จากจดมือ จดกระดาษ ก็กลายมาเป็นใส่ file text บนคอม จนกลายมาเป็น Online และสุดท้ายก็พบข้อดีของการจดบันทึกในรูปแบบบล็อก คือ เราสามารถสืบค้น ย้อนกลับไปอ่านของตัวเองได้

อย่างน้อยเวลามีน้องๆในทีมมาถาม ปัญหาที่เคยเจอ ผมก็ยังพอส่ง reference ที่เคยบล็อกไว้ไปอ่านดูเป็น guideline ได้นะ ซึ่งถ้าผมไม่เขียน ผมไม่มีทางทำทั้งหมดได้แน่ๆ หรือแม้แต่ประโยชน์กับตัวผมเอง เวลากลับไปอ่านบล็อกเก่าๆที่เคยเขียนไว้ ทั้งได้ทบทวนตัวเอง ทั้งได้ความรู้เพิ่ม หรือแม้แต่บางครั้ง เจอจุดบงพร่องของตัวเอง ณ ขณะที่เขียนบทความ เราเข้าใจอีกแบบ แต่เมื่อเราเติบโตขึ้น กลับไปอ่าน เราก็เข้าใจปัญหาได้มากขึ้น ก็ทำให้บทความมันสมบูรณ์มากขึ้น (ไม่ได้บอกว่าสมบูรณ์ถูกต้องที่สุด หรือถูก 100% นะครับ) เพราะถ้ามัวแต่รอ หรือแก้ไขให้บทความมัน Perfect 100% คงไม่มีบทความออกมาแน่นอน

ฝึกการอธิบาย

ข้อนี้เป็นหนึ่งในหัวข้อที่ผมเชื่อว่า ส่วนมากเจอกันครับ จากที่ผมคลุกลีมา รวมถึงตัวผมเองด้วย Developer มักจะสื่อสาร หรือบอกเล่าในสิ่งที่ตัวเองรู้ ตัวเองคิด ให้คนอื่นได้เข้าใจได้ พอมาเขียนบล็อกทำให้ผมเองได้พัฒนา การฝึกการอธิบาย ฝึกเรียบเรียงคำพูด และข้อดีของการเขียนบล็อกคือ เราสามารถหยุดคิด นั่งคิด นั่งแก้คำที่คิดว่าโอเค ตามที่เราตั้งใจสื่อสารได้ ในขณะที่การพูด บางทีเราคิดไม่ทัน บางครั้งเพิ่งมาคิดได้ว่าควรอธิบายแบบนี้ก็ไม่ทันแล้ว

แต่ถ้าถามว่าการเขียนบล็อกมันมีผลกับการทำให้เราพูดได้ดีขึ้นมั้ย ต้องบอกว่ามี แต่ไม่ได้มากครับ มีคือ เรามีข้อมูล เราเหมือนมี Script ที่เคยเขียนไว้จากการบล็อก สุดท้ายยังไงก็ต้องฝึกพูดอยู่ดีครับ ก็เริ่มจาก share knowledge กันแค่ 2คน เริ่มไปเป็นทีม เริ่มเป็น Speaker ก็ถือว่าเป็นการพัฒนา ที่ดีมากๆ

ไม่ได้ Expert หรือรู้ทุกอย่าง

บางคนยังเข้าใจผิดอยู่ว่า ผมเขียนบล็อกนี้ มีบทความเยอะ ต้องเก่ง ต้อง Expert แน่ๆ จริงๆแล้ว เปล่าเลยครับ ผมไม่เก่งไง ผมเลยต้องเขียน สิ่งที่เขียนในบล้อก จริงๆผมอาจจะรู้ไม่ถึง 50% เลยด้วยซ้ำ ทีเหลือมันมาจากการ Research ค้นคว้า หาข้อมูล หรือลองมือทำ ลองผิด ลองถูกอย่างที่บอกไปนัดแหละ

ฉะนั้น เขียนบล็อกก็ไม่ต้องกลัวครับ ว่าเราไม่รู้เรื่องนี้ เราจะเขียนได้หรอ? บอกเลยว่า เวลาคุณทำงาน คุณรู้เรื่องที่จะทำ 100% หรือทั้งหมดหรอ? มันไม่ได้มาจากการเรียนรู้ระหว่างทำงาน เรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตัวเองหรอ? มีใครรู้ทุกอย่างมั้ย?

หรือแม้แต่บางบทความ หรือหลายๆบทความของผม ยังเป็นในลักษณะ จดบันทึก หรือสิ่งที่เรียนรู้มา มันก็ไม่ได้ผิด สำคัญคือ เรา Research เราได้รู้ เราพัฒนาตัวเอง ก็พอ

กลายเป็น Portfolio ที่ดี

ข้อนี้ต้องบอกว่าไม่ใช่สิ่งที่ผมคิด หรือสิ่งที่ผมความหวังตอนที่เริ่มเขียนบล็อก แต่พบว่าในช่วงๆหลังๆ ที่ผมสมัครงาน หรือหลายๆที่ อยากให้ผมไปทำงานด้วย ส่วนมากเค้ามาอ่านบล็อก แล้วก็บอกว่า จริงๆแล้ว พี่ไม่รู้หรอกว่าน้องเก่ง หรือ Expert แค่ไหน พี่รู้แค่ว่าอย่างน้อยน้องก็เคยเขียนมา ทำให้ผมได้รู้ว่า เอ่อ อย่างน้อย มันก็เหมือนเป็นการทำ Side Project หรือทำ Portfolio ของเราไปในตัวนั่นเอง แถมไม่ต้องมานั่งเสียเวลา Present ด้วยว่าทำอะไร ทำไปทำไม มันขายตัวมันเอง ผ่าน Code ผ่านสิ่งที่บล็อก

เทียบกันกับคนที่ไม่มีบล็อก พี่ก็ต้องเลือกคนที่มีบล็อกรึเปล่า อีกหนึ่งคำพูดจากพี่คนหนึ่ง

แต่บล็อกมันไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างนะครับ เขียนบล็อก แต่ทำจริงๆ แล้วทำไม่ได้ หรือไม่มีความรู้ดีพอ มันก็เท่านั้น มันแค่เป็นส่วนหนึ่งในการ Present skills เราออกมาเท่านั้น

สุดท้าย

ไม่มีอะไรมากครับ อยากให้ Developers มาเขียนบล็อกกันเยอะๆครับ จริงๆแล้วผมก็เห็นว่ามีบล็อกมากขึ้น (เป็นไปได้ทั้งคนเขียนเยอะขึ้น และเพราะ knowledge เรา expand มากขึ้นก็ได้ research มากขึ้นก็ไม่รู้ แต่เดาว่าทั้งคู่)

Happy Coding ❤️

Chai Phonbopit

Chai Phonbopit: Software Engineer แห่งหนึ่ง • ผู้ชายธรรมดาๆ ที่ชื่นชอบ Node.js, JavaScript, React และ Open Source มีงานอดิเรกเป็น Acoustic Guitar และ Football นอกจากเขียนบล็อคที่เว็บนี้แล้ว ก็มีเขียนที่ https://medium.com/@Phonbopit ครับ

แสดงความคิดเห็น