มาทำความเข้าใจกับ LibGDX ภาคทฤษฎีกันดีกว่า


LibGDX Application Framework

Life Cycle

Life Cycle ของ libGDX จะมีการทำงานที่คล้ายๆกับ Activity Life Cycle ของ Android เช่น ในส่วน Create, Pause, Resume, Render และ dispose เป็นต้น ตัวอย่าง Diagram ก็เหมือนดังรูปด้านล่าง

Life Cycle

ApplicationListener

ApplicationListener เป็น Interface ที่สำคัญใน libGDX เลยเพราะมันรวม Life Cycle ที่พูดไปก่อนหน้านี้ไว้ทั้งหมด วิธีการใช้งาน ก็คือ สร้างคลาสหลัก ขึ้นมา 1 คลาส ทำการ implements ApplicationListener ดังนี้

public class MyGame implements ApplicationListener {
   public void create () {
   }

   public void render () {        
   }

   public void resize (int width, int height) { 
   }

   public void pause () { 
   }

   public void resume () {
   }

   public void dispose () { 
   }
}

จะเห็นว่า เมธอด แต่ละเมธอด มันก็จะมีหน้าที่ของมันใน Life Cycle ซึ่งแต่ละเมธอดมันทำอะไรบ้าง ไปดูครับ

  • create() : เมธอดนี้จะถูกเรียกครั้งแรกครั้งเดียว คือตอนที่ Application ถูกสร้าง
  • resize(int w, int h) : เมธอดนี้จะถูกเรียกทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนขนาดหน้าจอ เช่น ปรับหน้าจอวินโดว์ หรือบนมือถือ เช่นเปลี่ยนจากแนวตั้งเป็นแนวนอน และเมธอดนี้จะถูกเรียกครั้งแรก หลังจาก create() เช่นกัน parameter width, height คือขนาดกว้าง ยาว ของหน้าจออันใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลง
  • render() : เมธอดนี้คือหัวใจของ Application เลยก็ว่าได้ เพราะมันคือ Game Loop ครับ เมธอดนี้จะถูกรันตลอดเวลา นึกถึงเวลา render เกมครับ เคยเห็นเกมที่มี FPS (Frame Per Second) มั้ยครับ บางเกมมี FPS 50-60 เช่น เมธอดนี้จะถูกเรียก 50-60 ครั้งต่อวินาที เมธอดนี้จึงเอาไว้สำหรับ render ภาพ หรือว่า Logic ของเกม เช่นการอัพเดทตำแหน่งตัวละคร การรับ Input ของผู้เล่น
  • pause() : บน Android เมธอดนี้จะถูกเรียกเมื่อมีสายเข้า หรือว่าเวลายูเซอร์กดปุ่ม Home แต่ถ้าใน Desktop จะถูกเรียกก่อน เมธอด dispose() เมื่อออกจากโปรแกรม เมธอดนี้จึงเหมาะสำหรับเก็บค่า state ต่างๆ เช่น เซฟตำแหน่งปัจจุบันผู้เล่น บันทึกแต้มต่างๆ
  • resume() : เมธอดนี้จะถูกเรียกเฉพาะบน Android เมื่อแอพพลิเคชันถูกเรียกกลับจาก pause state.
  • dispose() : เมธอดนี้จะถูกเรียกเมื่อกำลังจะปิดแอพพลิเคชัน สิ้นสุดโปรแกรม เป็นเมธอดที่ถูกเรียกหลังสุด

Modules

ตัว LibGDX นั้นมี Modules หรือว่า Interface ให้เราเลือกใช้หลาย Modules เลยครับ ไม่ต้องมานั่งเขียนเอง สะดวกสบายมาก

Input

Input เป็นโมดูลที่ช่วยให้เราสามารถที่จะ Handler Input ได้ทุก Platform รองรับทั้ง Keyboard, Touch Screen, Accelerometer และ Mouse โมดูลทั้งหมด จะเก็บอยู่ที่่ package

Gdx.input.*

ตัวอย่างการนำ Input ไปใช้

  • เช็คว่ามีการกด ตัวอักษร D บนแป้น Keyboard หรือไม่ ก็จะใช้โค๊ดนี้
boolean isKeyPressed = Gdx.input.isKeyPressed(Keys.D);
  • เช็คว่ามีการคลิกเมาท์หรือไม่ ?
boolean isMouseClicked = Gdx.input.isMouseTouch();
  • เช็คว่ามีการแตะที่หน้าจอหรือไม่ พร้อมกับระบุตำแหน่ง
boolean isTouched = Gdx.input.isTouched();
Gdx.input.getX();
Gdx.input.getY();

Graphics

Graphics เป็นโมดูลที่เอาไว้แสดงผลในส่วน Graphic ทำงานร่วมกับ GPU รวมถึง OpenGL อีกทั้งยังมีพวก Utility ต่างๆ เช่น ตรวจสอบรายละเอียดของหน้าจอ Screen ( resolution, density, orientation) และ Frame Rate ด้วย

เช่น

Gdx.graphics.getGL20();

หรือ การเช็ค Delta Time

Gdx.graphics.getDeltaTime();

ตัวโมดูล Graphics นั้นค่อนข้างใหญ่มากๆ มันยังรวม Collection ของพวก 2D และ 3D ต่างๆ เช่น

  • การ render Sprite
  • การใช้งาน Bitmap Font และมี Bitmap Library
  • การ render TMX map
  • ทำฉาก 2D ด้วยการใช้ Tween Framework
  • รองรับมุมมองแบบ Orthographic และ Perspective
  • สามารถโหลด 3D Model ได้
  • การทำ Shaders
  • Texture และ Texture Atlas
  • ใช้ TexturePacker เพื่อทำการรวมรูป png, jpg

Files

Files เป็นโมดูลที่เอาไว้จัดการเกี่ยวกับไฟล์ หรือการโหลด การอ่าน การเขียนไฟล์ภายในเกมของเราทำได้สะดวก และง่าย เช่นการโหลดไฟล์ Assets ต่างๆ (textures, sound, files)

ตัวอย่างการใช้งานโมดูล Files ก็เช่น

  • ทำการโหลดรูปภาพ devahoy.png จากโฟลเดอร์ assets/logo
Texture texture = new Texture(Gdx.files.internal("logo/devahoy.png"));
  • ทำการเช็คว่ามีไฟล์นี้อยู่หรือไม่ หรือว่าเช็คว่าเป็นไฟล์หรือโฟลเดอร์ก็ได้ เช่น
boolean isExists = Gdx.files.external("hello.txt").exists();
boolean isDirectory = Gdx.files.external("hello/").isDirectory();
  • อ่านข้อมูล String จากไฟล์
FileHandle file = Gdx.files.internal("hello.txt");
String text = file.readString();

Audio

Audio เป็นโมดูลที่เอาไว้จัดการเรื่องเสียงในโปรเจ็คเกมของเรา เช่น Music สำหรับเล่นเพลงเป็นแบล็คกราวน์ให้เราในขณะเล่นเกม Sound เอาไว้แสดงเสียงเอฟเฟคต่างๆ ภายในเกม ทั้ง Music และ Sound รองรับฟอแมต WAV, mp3 และ OGG

ตัวอย่างการใช้งาน เช่น

  • โหลด Music และ Sound จากไฟล์
Music backgroundMusic =  Gdx.audio.newMusic(Gdx.files.getFileHandle("music.mp3", Files.FileType.Internal));
Sound effect = Gdx.audio.newSound(Gdx.files.getFileHandle("sound.mp3", Files.FileType.Internal));
  • ทำการโหลด Music มาจาก assets/data/my_music.mp3 จากนั้นก็ตั้งความดังให้มันครึ่งนึง และสั่งเล่นไปเรื่อยๆ ไม่มีวันหยุด
Music music = Gdx.audio.newMusic(Gdx.files.getFileHandle("data/my_music.mp3", FileType.Internal));
music.setVolume(0.5f);
music.play();
music.setLooping(true);

Networking

Networking เป็นโมดูลที่เอาไว้จัดการเกี่ยวกับ Network (HTTP GET/POST), TCP Server/Client, Socket เช่น

  • การรับส่ง Http Request/Response
  • รองรับ TCP Client/Server (GWT)
  • Cross-Platform Browser (ลิงค์ไปยังเว็บไซต์ผ่านตัวเกมของเรา)

ตัวอย่างเช่น

  • ทำการเปิด Browser เพื่อเข้าเว็บไซต์
Gdx.net.openURI("http://devahoy.com/");
  • ส่ง GET Method ผ่าน HttpRequest
Net.HttpRequest request = new Net.HttpRequest(Net.HttpMethods.GET);
request.setUrl("http://devahoy.com/");
Gdx.net.sendHttpRequest(request, new Net.HttpResponseListener() {
    @Override
    public void handleHttpResponse(Net.HttpResponse httpResponse) {

    }

    @Override
    public void failed(Throwable t) {

    }

    @Override
    public void cancelled() {

    }
});
  • การสร้าง TCP Client
SocketHints hints = new SocketHints();
Gdx.net.newClientSocket(Net.Protocol.TCP, "localhost", 7777, hints);
  • การสร้าง TCP Server
ServerSocketHints hints = new ServerSocketHints();
Gdx.net.newServerSocket(Net.Protocol.TCP, 7777, hints);

GWT ไม่สามารถใช้งาน TCP Client/Server ได้นะครับ

Reference

Chai Chai Phonbopit : Software Engineer @Nextzy • ผู้ชายธรรมดาๆ ที่ชื่นชอบ Android, JavaScript (Node.js) และ Open Source มีงานอดิเรกเป็น Acoustic Guitar และ Football

บทความล่าสุด